วิเคราะห์ราคาทองคำ (Gold Spot) ประจำวันที่ 22-26 มิถุนายน 2569 โดยอิงจากข้อมูลกราฟและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกล่าสุด
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาดังต่อไปนี้เป็นเพียงบทความการวิเคราะห์ข้อมูลกราฟ ไม่ใช่การชักนำชี้นำการลงทุน

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดทองคำถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างรุนแรง โดยเฉพาะความคาดหวังเรื่องการลงนาม MOU สหรัฐ-อิหร่าน ส่งผลให้ราคาเหวี่ยงตัวในกรอบกว้างถึง 260 จุด (4,210 – 4,382 ดอลลาร์) ก่อนที่สถานการณ์จะพลิกผันอย่างกะทันหันจากการเลื่อนการเจรจาออกไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งถือเป็นปัจจัยลบที่ทำลายโครงสร้างราคาเดิมที่พยายามฟื้นตัวลงอย่างสิ้นเชิง
วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
- ความล้มเหลวของดีลสหรัฐ-อิหร่าน: การเลื่อนเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์อย่างไม่มีกำหนด ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ความตึงเครียดที่กลับมาทวีความรุนแรงส่งผลให้ทองคำสูญเสียสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะสั้น และถูกกดดันด้วยความกังวลเชิงเศรษฐกิจมหภาค
- แรงกดดันจาก Macro Factors: ดัชนีดอลลาร์ (DXY) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งอายุ 10 ปี (US10Y) และ 30 ปี (GB30Y) ยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางที่กดดันราคาทองคำ Spot อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการถือครองทองคำสูงขึ้นและดึงดูดเม็ดเงินออกจากสินทรัพย์ไม่มีดอกเบี้ย
- ความเสี่ยงระดับสูง: ตลาดกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเผชิญกับสภาวะ Panic Sell ซึ่งคาดว่าจะเปิดช่องว่าง (Gap) ลบในช่วงต้นสัปดาห์ สะท้อนถึงการเทขายเพื่อตัดความเสี่ยง (Risk-off) ของนักลงทุนสถาบัน
วิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิครายวัน
โครงสร้างทางเทคนิคได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่โหมดขาลงอย่างสมบูรณ์แบบตามที่ประเมินไว้ในสัปดาห์ก่อน ๆ ที่ผ่านมา
- Daily Chart (D1): หลังจากราคาปิดต่ำกว่าเส้น EMA Trend ตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย. และเส้น EMA Fast ได้ตัดเส้น EMA Trend ลงเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ตามที่เราคาดการณ์ไว้ในสัปดาห์ที่แล้ว สถานะตลาดในปัจจุบันคือ Bearish Trend 100% ยืนยันว่าฝั่งขายเป็นผู้คุมเกมอย่างเบ็ดเสร็จ
- Wave Analysis: จากผลกระทบของข่าวดีลสหรัฐ-อิหร่านล่ม ทำให้การนับคลื่น Wave 2 LL และโครงสร้างคลื่นที่เคยคาดการณ์ไว้เดิม “เสียรูป” ทั้งหมด จำเป็นต้องเข้าสู่โหมดรอประเมินสถานการณ์ใหม่ (Reset Wave Evaluation) เพื่อดูว่าแรงขายครั้งนี้จะสร้างจุดต่ำสุดใหม่ (New Low) ที่ตรงไหน
คาดการณ์แนวโน้มราคาสัปดาห์วันที่ 16–19 มิ.ย. 2569
สถานการณ์ตลาดสัปดาห์นี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดแรงเทขายตื่นตระหนก (Panic Sell) ในช่วงเปิดตลาด
- กรอบการเคลื่อนไหว: คาดการณ์ว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบกว้างระหว่าง 3,860 – 4,200 ดอลลาร์ (รวม 34,000 pip)
- ทิศทางคาดการณ์ 1: มีโอกาสเปิด Gap ลบที่ระดับ 4,100 ดอลลาร์ (-5,500 pip จากราคาปิดเดิม) จากนั้นคาดว่าจะเกิดแรง Panic Sell กดดันราคาให้ไหลลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,040 ดอลลาร์ และ 3,862 ดอลลาร์ ตามลำดับ ก่อนที่แรงขายจะเริ่มอ่อนกำลังลงและมีโอกาสเห็นการดีดตัวกลับ (Technical Rebound) ขึ้นไปหาแนวต้านบริเวณ 4,200 ดอลลาร์ ในช่วงปลายสัปดาห์
- ทิศทางคาดการณ์ 2: มีโอกาสเปิด Gap ลบที่ระดับ 4,050 ดอลลาร์ (-10,500 pip จากราคาปิดเดิม) จากนั้นคาดว่าจะเกิดแรง Panic Sell กดดันราคาให้ไหลลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ 3,862 ดอลลาร์ และ 3,700 ดอลลาร์ ตามลำดับ ก่อนที่แรงขายจะเริ่มอ่อนกำลังลงและมีโอกาสเห็นการดีดตัวกลับ (Technical Rebound) ขึ้นไปหาแนวต้านบริเวณ 4,200 ดอลลาร์ ในช่วงปลายสัปดาห์
กลยุทธ์การลงทุน
- กลยุทธ์หลัก (Sell on Strength): เนื่องจากเทรนด์เป็นขาลง 100% กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือ Follow Trend ตามแนวโน้มหลัก
- การระวัง Panic Sell: ในช่วงต้นสัปดาห์ควรหลีกเลี่ยงการพยายาม “รับมีด” หรือช้อนซื้อที่ระดับแนวรับทันที เพราะแรง Panic Sell มักจะส่งผลให้ราคาทะลุแนวรับทางเทคนิคไปได้ไกลกว่าที่คาดการณ์
- การบริหารความเสี่ยง: รอจังหวะดีดตัวกลับชนแนวต้านและไม่สามารถผ่านไปได้ จึงพิจารณา Short ตามเทรนด์หลัก หลีกเลี่ยงการสวนเทรนด์
- การลงทุนซื้อทอง: หากเกิด Panic Sell หลีกเลี่ยงการลงทุนซื้อทองหรือซื้อสะสมทุกแนวรับจนกว่าจะยืนยัน Wave 2 จุดต่ำสุดใหม่
หมายเหตุ: สภาวะตลาดที่มีความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์สูงเช่นนี้ ความผันผวนจะรุนแรงกว่าปกติ ควรจำกัดขนาดสถานะ (Position Sizing) และเคร่งครัดกับการตั้ง Stop Loss เพื่อป้องกันความเสียหายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
