วิเคราะห์ราคาทองคำ (Gold Spot) ประจำวันที่ 23 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2569 โดยอิงจากข้อมูลกราฟและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกล่าสุด
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาดังต่อไปนี้เป็นเพียงบทความการวิเคราะห์ข้อมูลกราฟ ไม่ใช่การชักนำชี้นำการลงทุน

สัปดาห์ที่ผ่านมา (22-26 มิ.ย.) ราคาทองคำ Spot ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลจากสภาวะตลาดการเงินโลกที่เปลี่ยนทิศทาง โดยราคาทดสอบระดับต่ำสุดที่ 3,959.080 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาปิดที่ 4,088.385 ดอลลาร์ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เปราะบางและปัจจัยพื้นฐานที่ยังคงให้น้ำหนักกับทิศทางขาลง
วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
- แรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนและดอลลาร์: ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่ง (โดยเฉพาะตลาดแรงงาน) กดดันให้ตลาดปรับเพิ่มคาดการณ์การคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง (Higher for Longer) ของ Fed ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ (DXY) และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (US10Y, GB30Y) ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งถือเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อทองคำ
- ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์: สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง กระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อ (Stagflationary fears) ทำให้ ทองคำยังคงถูกขายต่อเนื่องเพราะตลาดให้น้ำหนักกับแรงกดดันจาก Fed มากกว่า
- Sentiment: นักลงทุนสถาบันและรายย่อยยังคงมีความไม่มั่นใจ เห็นได้จากปริมาณการขาย (Sell) ที่มากกว่าการซื้อ (Buy) อย่างชัดเจนในภาพรวมรายสัปดาห์ สะท้อนถึงการไหลออกของเงินทุนจากสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงทองคำเพื่อถือเงินสดหรือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย
วิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิครายวัน
โครงสร้างทางเทคนิคได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่โหมดขาลงอย่างสมบูรณ์แบบตามที่ประเมินไว้ในสัปดาห์ก่อน ๆ ที่ผ่านมา

- Weekly (W1): ราคายังคงติดอยู่ใต้แรงกดดันของ EMA Fast (13) และ EMA Slow (34) ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง แม้จะยังยืนเหนือ EMA Trend (89) และ EMA Long (200) ได้ แต่การที่ราคาหลุด Pivot S2 (4,152.767) ลงไปนั้นถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่สำคัญ RSI ยังคงแสดง Bearish Divergence บ่งชี้ถึงแรงขายที่ยังคงไม่หมดสิ้น
- Daily (D1): โครงสร้างราคาอยู่ในสถานะ Bearish Trend เต็มตัว โดยราคายืนอยู่ใต้เส้น EMA 200, 55 และ 21 วัน ทั้งหมด แม้การรีบาวด์จาก 3,959 ดอลลาร์จะช่วยให้ราคาขึ้นมายืนเหนือ Pivot S1 (4,057.368) ได้ แต่ภาพรวมยังคงเป็นแนวโน้มขาลงที่ชัดเจน
- Indicator: ทั้งในระดับ Week และ Day พบว่า MACD อยู่ในโซน Bottom (Oversold) โดยที่ Histogram เริ่มมีสัญญาณการ Recovery เล็กน้อย ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ราคามีจังหวะดีดตัวกลับ (Rebound) ในช่วงสั้น ๆ ได้
คาดการณ์แนวโน้มราคาสัปดาห์วันที่ 23 มิ.ย. – 3 ก.ค. 2569
จากสัญญาณการฟื้นตัวระยะสั้นในช่วงท้ายสัปดาห์ก่อนหน้า คาดว่าตลาดจะพยายามสร้างฐานเพื่อรีบาวด์
- ทิศทางหลัก: คาดว่าจะมีความพยายามรีบาวด์ขึ้นไปทดสอบแนวต้านในกรอบ 4,170 – 4,220 ดอลลาร์ ในช่วงต้นสัปดาห์ (มีโอกาสสูง) ด้วยเหตุผลทางเทคนิคอลที่สนับสนุนดังนี้
- D1 V-Delta พุ่งขึ้นเป็นบวกแรงในวันศุกร์ = Short Covering
- RSI Bearish Divergence ใกล้สิ้นสุดรอบ
- MACD Histogram ทั้ง W1/D1 เริ่ม Recovery
- ราคา Bounce จาก S2 แนวรับแข็งแกร่ง
- การปรับตัวลง: หลังจากทดสอบแนวต้านดังกล่าว หากไม่สามารถเบรคผ่านไปได้ คาดว่าแรงขายจะกลับเข้ามาและกดดันราคาให้ไหลลงกลับมาทดสอบแนวรับสำคัญที่ระดับ 4,020 ดอลลาร์ อีกครั้ง หลังผ่าน Event NFP (2 ก.ค.)
แนวรับ-แนวต้านสำคัญ
| ระดับ | ราคา | ประเภท |
|---|---|---|
| แนวต้านแรก | 4,170–4,220 | แนวต้าน Pivot PP + EMA ชุด D1 |
| แนวต้านสอง | 4,352 | EMA 200 D1 (เขตแดน Bear) |
| แนวรับแรก | 4,057 | Pivot S1 D1 (ต้องรักษาไว้) |
| แนวรับสำคัญ | 4,023–3,959 | Pivot S2 + Low of Week |
| แนวรับวิกฤต | 3,911 | Basis S/R Support Zone |
กลยุทธ์การลงทุน
| สถานการณ์ | การตอบสนอง |
|---|---|
| ราคาขึ้น 4,170–4,220 (ต้นสัปดาห์) | พิจารณา Sell ในโซนนี้ SL เหนือ 4,250 |
| Warsh Speech Hawkish (1 ก.ค.) | ยืนยัน Sell Bias เพิ่ม |
| NFP < 100K (2 ก.ค.) | ระวัง Short Squeeze ขึ้น 4,220+ |
| NFP > 130K (2 ก.ค.) | กดดันทองลงหา 4,020–3,960 อีกครั้ง |
| ราคาหลุด 4,020 | Sell Continuation หา 3,900 |
